แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โซล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โซล แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557

สนใจสมัครติดต่อ พี่อุ๋ย 0866861768

จับตา “โซล” น้องใหม่ MLM

ดูดแม่ทีมแนวหน้าดันยอดพันล้าน

มนุษย์เงินล้านระดับแนวหน้าของประเทศไทย
“ธนะสิทธิ์-ธเนศ” อดีตแม่ทีมใหญ่ “เอมสตาร์ เน็ตเวิร์ค” ซบอกขายตรงน้องใหม่
“โซล คอร์ปอร์เรชั่น” เปิดใจ เลือกโซลเพราะบริษัทรักษาจรรยาบรรณเหนียวแน่น
ฝั่งผู้บริหารตบเท้าพร้อมสนับสนุน เตรียมระบบรองรับการเติบโต ทั้งขยายสาขา
เปิดตัวสินค้าใหม่ ตั้งเป้ายอดขายพันล้าน ภายในสิ้นปี 57
นางเพ็ญทิพย์ โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ
บริษัท โซล คอร์ปอร์เรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า
จากการที่บริษัทเปิดดำเนินธุรกิจในระบบเครือข่ายขายตรงหลายชั้น (MLM)
มาเป็นเวลากว่า 2 ปี มียอดขาย ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 250 ล้านบาท
มีฐานสมาชิกว่า 5 หมื่นราย ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญมาจากการที่บริษัทมีจุดเด่นด้านผลิตภัณฑ์ โดยมีนักวิจัยภายใต้ SCI
Center
ที่มีความเข้าใจในการประยุกต์ในนาโนเทคโนโลยีกับการดูแลสุขภาพและผิวพรรณ
ซึ่งพยายามคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ภายใต้ศาสตร์ของนาโนเทคโนโลยีที่ผนวกเข้ากับศาสตร์แห่งพลังชีวิต
โดยเริ่มต้นทดลองตลาดครีมมัสเซล เอฟเฟกต์ ปรากฏว่า ได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก
จึงมีการพัฒนานำไปสู่การทำธุรกิจเครือข่ายในที่สุด
“ครอบครัวทำธุรกิจวิจัยเกี่ยวกับทองคำ
เพชร พลอย ซึ่งมีห้องแล็บที่อยู่ในระดับเกรดเอ ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ
และติด 1 ใน 5 ของโลก
ซึ่งมีทีมวิจัยที่เป็นสมาชิกในครอบครัวทำกันเองมาตั้งแต่ดั้งเดิมมานานมาก
โดยมีมาตรฐานในการตรวจสอบทองคำถึง 1.92% และ
มีพันธมิตรที่เข้ามาติดต่อธุรกิจร่วมอยู่มากมายทั้งในและต่างประเทศ”
นางเพ็ญทิพย์ กล่าวว่า
บริษัทได้เปิดตัวผู้นำระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่จะมาร่วมธุรกิจกับโซลฯ
ได้แก่ นายธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ และนายธเนศ ลีลาภรณ์
(อดีตนักธุรกิจระดับทริปเปิ้ล ไดมอนด์ บริษัท เอมสตาร์ เน็ตเวิร์ค)
ซึ่งได้ยื่นใบลาออกจากบริษัทต้นสังกัดเดิมและสมัครเข้าร่วมทำธุรกิจกับโซล
โดยเป็นการร่วมงานของคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดและอุดมการณ์ในทิศทางเดียวกันที่
จะทำธุรกิจขายตรงสีขาว
“คุณธนสิทธิ์และคุณธเนศ เป็น 1 ใน 5
ผู้นำในประเทศไทย การร่วมเดินทางด้วยกัน เรามองว่า เราเป็นคนรุ่นใหม่
มีนวัตกรรมในแนวคิด วิธีการทำงานแนวคิดการทำเครือข่ายสีขาว เครือข่ายผู้ให้
ด้วยวิธีคิด วิธีการตรงกัน ทำให้มีวันนี้
โดยบริษัทเตรียมทกลยุทธ์การขยายตัวทุกรูปแบบ ทั้งขยายสาขา
เปิดตัวสินค้าใหม่ ตลอดจนร่วมมือกับพันธมิตรในการซื้อขาย และจ่ายเงิน เช่น
เซเว่น อีเลฟเว่น”
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการรุกตลาดของโซล
ปัจจุบันมี 29 รายการ แบ่งออกเป็น 4 หมวดใหญ่ๆ ประกอบด้วย โซลคอสเมติก,
โซลฟังชั่นส์, โซลเฮลธ์ และโซลไลฟ์สไตล์
ซึ่งบริษัทมีสินค้าเปิดใจที่จะเน้นคอนเซ็ปต์ “ใช้ครั้งเดียวเห็นผลทันที”
เพราะสินค้าทั้งหมดเมื่อใช้แล้วจะทำให้อ่อนเยาว์ลง ได้ออกผลิตภัณฑ์คอสเมติก
และไฮโดรเซลลูชั่น
ด้าน นายธเนศ ลีลาภรณ์
มนุษย์เงินล้านและนักธุรกิจอิสระ เผยว่า
ก่อนที่ตนเองจะสมัครเข้าร่วมธุรกิจกับโซลได้ศึกษาบริษัทขายตรงหลายที่และมี
หลายบริษัทติดต่อมา
แต่สาเหตุที่เลือกทำธุรกิจกับโซลเพราะมองว่าบริษัททำธุรกิจโดยยึดหลัก
จรรยาบรรณอย่างเหนียวแน่น และมีปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเติบโตคือ
มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในธุรกิจเครือข่าย ทั้งนี้
มีการทำผลงานวิจัยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี
ที่สำคัญคือตอบโจทย์ในการเติบโตของทีมงาน
โดยมุ่งสร้างนักธุรกิจเงินล้านภายใน ปีแรกให้ได้ 12 คน
เปิดศูนย์ธุรกิจรองรับการเติบโต 10-20 แห่ง
และสร้างยอดขายรวมให้บริษัทภายในสิ้นปี 2557 ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
“ผมรวบรวมประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่าย 11
ปี มาใช้ในธุรกิจนี้ โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่าระบบ S55
เป็นการระดมสมองของทีมงานที่ชี้ให้เห็นว่าทำไม่ต้องทำเครือข่าย
ทำไมต้องทำโซลฯ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ยอดขึ้นต่ำพันล้าน
วางผู้นำหลักล้านไว้ 12 คนในปีแรก เปิดศูนย์ธุรกิจเกือบ 10-20 แห่ง
ภายในปีหน้า เน้นให้เป็นเครือข่ายสีขาว พยายามทำให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด”
ฝั่ง นายธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์
อีกหนึ่งมนุษย์เงินล้านและนักธุรกิจอิสระ กล่าวเสริมว่า
“สิงที่ตนเองและทีมงานต้องการคือการทำธุรกิจกับบริษัทที่สามารถทำธุรกิจไป
ได้ยาวๆ โดยมองว่าเครือข่ายที่สร้างต้องสามารถหยุดได้จริง
ซึ่งถามว่าที่ผ่านมาปัจจัยในการตัดสินใจ
อยู่บนพื้นฐานของการเติบโตของทีมงาน
หากวันนี้ตนเองอยู่ได้บนพื้นฐานที่ต้องเอาเปรียบทีมงาน
เครือข่ายนั้นก็ไม่ใช่คำตอบ
“เรามองหาเครือข่ายที่เราสร้างแล้วหยุดได้
จริงๆ คำถามคือ แล้วก่อนหน้านี้เราหยุดไม่ได้เหรอ สำหรับผมกับคุณธเนศ
เราโอเค. แต่ปัจจัยในการตัดสินใจคือ
ทำอย่างไรให้ทีมงานอยู่ได้และเขาเติบโตต่อได้ อาจไม่ต้องโตเร็วมากมาย
แต่ค่อยๆ โตสะสม ซึ่งเครือข่ายที่โต ตอบโจทย์เราเรื่องสินค้าที่ดี
แผนยุติธรรม โปร่งใส ไม่หมกเม็ด นายธนะสิทธิ์ กล่าวและว่า ผมขอบริษัทแค่ 2
อย่าง คือ เรื่องกฎ จรรยาบรรณ
ในการโอนย้ายสายงานเพื่อไม่ให้คนที่ตั้งใจทำอย่างถูกต้อง เสียกำลังใจ
กับสองคือเรื่องสินค้าตัดราคา
ซึ่งผมต้องการให้บริษัทดูแลเรื่องสินค้าตัดราคา
เพราะสุดท้ายเราจะไม่สามารถสะสมเครือข่ายได้จริงๆ เราหามาร้อย
ก็โดนออกไปซื้อสินค้าตัดราคาร้อย อย่างนี้เราก็ไม่สามารถเติบโตได้
ต่อให้เป็นธุรกิจอื่นหาลูกค้าใหม่มายังไง ก็แค่ทดแทนสิ่งที่ขาดหายไป
ซึ่งโซลฯ ค่อนข้างมีกฎ จรรยาบรรณตรงนี้เข้มเข็ง คนที่สำเร็จทำต่อเนื่อง 3
ปี 5 ปี 10 ปี เราก็เติบโตได้” นายธนะสิทธิ์ กล่าวในที่สุด